ทีมนำของพรีเมียร์ลีกเสมอกันไปอย่างสมศักดิ์ศรีในการดวลแข้งที่แสตมฟอร์ด บริดจ์
ซิลบายิงตีเสมอให้แมนฯ ซิตี้ 1-1 หลังเชลซีออกนำไปก่อนจากลูกยิงของเรมีย์

เซร์คิโอ อเกวโร่ กึ่งกึงผ่านให้ดาวิด ซิลบาซัลโวผ่านมือของติโบต์ กูร์กตัวส์
เชลซียังคงนำแมนเชสเตอร์ ซิตี้ อยู่ห้าแต้มต่อไปในศึก Barclays Premier League หลังจากที่ทั้งสองเสมอกันไปในบิ๊กแมทช์ด้วยสกอร์ 1-1 ในการดวลกันที่แสตมฟอร์ด บริดจ์ บ้านของเชลซี
แม้แมนฯ ซิตี้จะไม่สามารถเก็บสามแต้มมาได้ แต่ก็ฮึดสู้เมื่อโดนเชลซีออกนำไปก่อนจากลูกยิงของโลอิค เรมี่ โดยได้ดาวิด ซิลบา ยิงสวนหลังโดนขึ้นนำไปไม่นาน
โดยในนัดนี้เรมี่ได้ลงเล่นเป็นนัดแรกแทนดิเอโก คอสต้า ซึ่งโดนโทษแบน และสามารถยิงประตูได้ทันทีในนาทีที่ 41 แต่การเล่นพลาดของติโบต์ กูร์กตัวส์ ผู้รักษาประตูของเชลซีก็ทำให้ซิลบาสามารถตีเสมอได้ทันควันในนาทีสุดท้ายของครึ่งแรก
ทีมเรือใบสีฟ้าของกุนซือมานูเอล เปเยกรีนี่ เป็นฝ่ายคุมเกมในครึ่งหลังไว้ได้เป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ไม่สามารถหาทางเจาะแผงหลังที่เล่นอย่างไม่ปราณีปราศรัยของเชลซีเข้าไปยิงประตูเพิ่มได้ และเก็บมาได้เพียงแค่แต้มเดียว ทำให้เรือใบสีฟ้าทำสถิติไม่สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้เป็นนัดที่สามติดต่อกัน
ในการครองแชมป์พรีเมียร์ลีกในปี 2012 และ 2014 นั้นแมนฯ ซิตี้สามารถเอาชนะนัดหลังๆ ของฤดูกาลได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งตอนนี้ทีมเรือใบสีฟ้าก็คงจำเป็นต้องเร่งรีบทำให้ได้เหมือนกับในสองฤดูกาลนั้น เพราะเหลือการเตะอีกเพียงแค่ 15 นัดและทีมของโชเซ่ มูรินโญ่ ยังมีคะแนนนำอยู่ค่อนข้างห่าง
นอกจากคอสต้าที่ติดโทษแบนแล้ว ในนัดนี้เชลซีก็ขาดเชส ฟาเบรกาสซึ่งมีอาการบาดเจ็บที่เอ็นหัวเข่า โดยมูรินโญ่ส่งรามิเรสลงเล่นแทน ด้านแมนฯ ซิตี้ก็สร้างเซอร์ไพลส์ด้วยการให้บาการี่ ซาญ่า ลงเล่นตำแหน่งแบ๊คขวาแทนปาโบล ซาบาเลต้า
แมนฯ ซิตี้ซึ่งเป็นทีมเยือนเริ่มเกมได้ดีกว่า โดยเขี่ยบอลไม่ถึง 20 วินาที ก็ได้ยิงก่อน แต่ลูกยิงแบบเน้นๆ ของเฆซุส นาบาส ไปตรงตัว ติโบต์ กูร์กตัวส์ และหลังจากนั้นแฟร์นันดินโญ่ก็หลุดเข้าไปในกรอบฝั่งขวาและได้จังหวะยิงเต็มๆ แต่ลูกแฉลบบล็อกของกองหลังเชลซีออกหลังไป
ต่อมาในนาทีที่ 24 แบ๊คขวาของเชลซี อิวาโนวิช ก็เล่นพลาดเสียบอลหน้ากรอบโทษของตัวเองให้ เจมส์ มิลเนอร์ ได้จังหวะจ่ายเข้าเขตโทษให้ เซร์คิโอ อเกวโร่ แต่เคิร์ต ซูม่า เข้าประกบและบังคับให้อเกวโร่ต้องยิงมุมแคบ ทำให้กูร์กตัวส์สามารถปัดป้องลูกยิงนั้นไว้ได้
ด้านโจ ฮาร์ท ผู้รักษาประตูทีมเยือนก็ต้องโชว์ฟอร์มไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เมื่อโลอิค เรมี่ สามารถแย่งบอลจาก แว็งซ็องต์ ก็องปานี ได้ที่กลางสนามและเลี้ยงหลุดขึ้นจนเกือบสุดเส้นฝั่งซ้ายแล้วเปิดกลับมาหน้าเขตโทษให้เพื่อนร่วมทีมเข้ายิงแต่ไปตรงตัว โจ ฮาร์ท
ด้านจอห์น เทอร์รี่ ก็ไม่ยอมน้อยหน้าก็องปานี โดยในนาทีที่ 32 อดีตกองหลังทีมชาติอังกฤษทำลูกหลุดจากเท้า อเกวโร่ได้จังหวะหลุดเดี่ยวเข้าไปยิงในกรอบเขตโทษด้านขวาถากเสาไกลไปอย่างเฉียดฉิว
และอีก 10 นาทีต่อมาอเกวโร่ก็ต้องน้ำตาตกที่ไม่สามารถฉวยจังหวะนั้นยิงประตูให้ทีมตนขึ้นนำไปก่อนได้ โดยเมื่อเหลือเวลาเตะอีกเพียงสี่นาทีของครึ่งแรก เอแด็น อาซาร์ได้ลูกโยนยาวของอิวาโนวิชตรงเกือบสุดเส้นหลังตรงฝั่งซ้าย เปิดเรียดจังหวะเดียวกลับมาหน้าประตูให้โลอิค เรมี่ แปง่ายๆ เข้าไปเป็น 1-0 ให้เจ้าบ้าน
เรือใบสีฟ้าโต้กลับทันทีเฆซุส นาบาส สอดขึ้นรับบอลริมเส้นฝั่งขวาแล้วเปิดข้ามเข้ามาในเขตโทษ เจมส์ มิลเนอร์ โดดตัดหน้า ติโบต์ กูร์กตัวส์ทำให้ชกบอลได้ไม่เต็มกำปั้น บอลกระดอนไปตกที่เท้าของอเกวโร่ตรงหน้าเขตโทษยิงสวนเต็มข้อลูกพุ่งเรียดกลับมาตรงหน้าประตู ซิลบายืนอยู่ตรงนั้นพุ่งเข้าแตะบอลระยะเผาขนเปลี่ยนทางเข้าประตูไปเป็นประตูตีเสมอในนาทีสุดท้ายของครึ่งแรก
แฟรงค์ แลมพาร์ด ได้รับเสียงปรบมือจากแฟนเจ้าถิ่นอย่างกึกก้องขณะวิ่งอบอุ่นร่างกายตรงขอบสนาม ส่วนเพื่อนร่วมทีมแมนฯ ซิตี้ของเขาก็เล่นได้อย่างเข้าตาในครึ่งหลัง
ซิลบาและนาบาสเล่นประสานงานที่ฝั่งขวา จนนาบาสได้บอลหลุดไปจนเกือบถึงเส้นหลัง แล้วเปิดแบบหยอดๆ เข้ามาในเขตโทษ แฟร์นันดินโญ่วิ่งสอดเข้าโขกใกล้ๆ จุดโทษ ลูกกระดอนพื้นเด้งกำลังจะเข้าประตู แต่ติโบต์ กูร์กตัวส์ พุ่งปัดทิ้งออกหลังได้ทัน
หลังจากนั้นนาบาสก็ได้โอกาสเปิดบอลเข้าไปหน้าประตูของเชลซีอีกครั้ง ครั้งนี้ได้มิลเนอร์ขึ้นโขกตรงกลางประตูแต่ลูกข้ามคานไป แมนฯ ซิตี้คุมเกมได้มากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่เชลซีเริ่มออกอาการอ่อนแรงหลังจากที่ต้องเล่นจนถึงช่วงต่อเวลาในศึกลีกคัพแมทช์กลางสัปดาห์
แลมพาร์ดถูกเปลี่ยนตัวลงเล่นในนาทีที่ 76 ซึ่งถือเป็นไพ่ใบสุดท้ายที่แมนฯ ซิตี้ทิ้งเพื่อจะเอาชนะเชลซีให้ได้
แต่มูรินโญ่ก็สั่งการอย่างเต็มสูบอยู่ตรงข้างสนาม ช่วยให้ทีมของเขากลับมาตั้งรับได้อย่างเหนียวแน่นและสามารถยันเสมอเอาไว้ได้ เก็บไปได้หนึ่งแต้มซึ่งน่าจะเป็นแต้มที่สำคัญมากสำหรับการครองแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น